ถั่วน้อย รีเทิร์น ปีศาจแดง

ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหากับเกมรุกของตนอย่างหนัก
พอจะพูดว่าปัญหาในเกมรุกของทีมอสุรกายแดงอยู่ที่กองหน้าก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ในเมื่อหัวหอกมหาประลัยอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงซอกซอยตาข่ายได้อย่างสม่ำเสมอ
ปัญหาก็คือเมื่อไม่มีดาวยิงวัย 35 กะรัตผู้นี้ หรือเมื่อไรก็ตามที่คุณพี่เขาทำฟอร์มตก – เล่นไม่ออก เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขัดสนขึ้นมาในทันที
นอกเหนือจากกองหน้าตัวหลักอย่าง "อิบรา" แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีผู้เล่นชนิดหัวหอกอยู่ในแผนกล่าฆ่าอีก 2 หน่วยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กสิยาล แต่ว่าช่วงนี้ดูเหมือนทั้งสองจะกลายพันธุ์เป็นตัวรุกริมเส้นหรือกองหน้าครึ่งหนึ่งปีกไปซะแล้ว เมื่อโดนจับมายืนเป็นกองหน้าก็มักจะเล่นไม่ออก – ยิงประตูไม่ได้โดยเหตุนี้ & ฉะนี้
จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าตำแหน่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังต้องการด่วนในฤดูกาลหน้า เป็นนักฟุตบอลชนิดดาวกระหน่ำประตูนี่แหละกองหน้าระดับตีนพระกาฬหลายรายนามจึงถูกสื่อในเมืองหลวงที่ลูกหนังจับมาการร่วมรสกับอสุรกายแดงอย่างสนุกสนานครื้นเครงไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู, ปีเครื่องปรับอากาศ เอเมอริค โอบาเมยัง รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้กระทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้จนถึงวันก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เอ่ยปากถึงกองหน้าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่นสายพันธุ์ยักษ์สยดสยองนี่แหละฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่ประชาชนรู้จักเขาในนาม "ชิชาริโต้"
กุนซือจอมหยิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ทำได้แค่เสมอในบ้านตนเอง 2 นัดติดต่อกันทำนองว่าด้วยแนวทางเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด รวมทั้งที่นาต่อนี้ไป ด้วยการนำบอลเข้าไปหาจังหวะจบในกรอบจุดโทษได้เป็นอันมาก ถ้าหากเขามีกองหน้าอย่าง ชิชาริโต้ เป็นผู้ร่วมทีม นักฟุตบอลชาวจังเก๋ผู้นี้น่าจะทะลวงตาข่ายได้ราวๆ 15-20 ประตู ต่อฤดูกาล
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ที่ผ่านมาที่พูดว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งพ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใหม่ๆเขาพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปลดปล่อยผู้เล่นที่ไม่สมควรจะปลดปล่อยออกจากทีมไปหลายๆคนหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของสมญา "ถั่วน้อย" ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขายให้ เลเวอร์คูสังเวย เมื่อฤดูกาล 2015-16 กล่าวถึง "ชิชาริโต้"
เขาโชว์ฟอร์มได้กระฉูดแตกสูงที่สุด ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่พึ่งจะเลื้อยก้นจาก ประเทศเม็กซิโก มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆโดยที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก
ฤดูกาล 2010-11 นักฟุตบอลที่เพื่อนพ้องร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "ชิชา" กระหน่ำไป 20 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 13 ประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 19 รวมทั้งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เวมบลี่ย์
ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างถาวรไม่เป็นผลสำเร็จก็จริง แต่เมื่อลงมาเป็นตัวสำรองแล้วมักทำคะแนนได้ไม่ต่างจากอาวุธลับของอสุรกายแดงเสมือนที่กาลครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมี "ซูเปอร์ดูดซึม" อย่าง โอเล่ กุนร์ ที่นา โซลชา

ฤดูกาลถัดมา "ถั่วน้อย" ยังคงรักษามาตรฐานในการทำคะแนนของตนเอาไว้ได้ แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเสมือนฤดูกาลแรก เขากดไปอีก 10 ดอกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะทำได้อีก 10 ประตูในฤดูกาล 2012-13
ก็แค่ถ้าหากดูให้ดีจะพบว่าในฤดูกาลในที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีมอสุรกายแดง – คุณพ่อเอ็งเริ่มใช้บริการของ "ชิชาริโต้ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ประการหนึ่งอาจเนื่องจากว่าการเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ช่วงเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเป็นกองหน้าชนิดหมูเดือดดังเดิม แต่อีกประการหนึ่งก็คือฟอร์มการเล่นของ ชิชาริโต้ ที่ตกลงไปเช่นเดียวกัน
ฤดูกาลในที่สุดของคุณพ่อ ดาวเตะที่มีชื่อเต็มว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแต่ 9 นัดแค่นั้น
เมื่อ เดวิด มอยส์ เข้ามาแทนที่ท่านเจ้าคุณเฟอร์กี้ – กุนซืออสุรกายแดงคนใหม่ก็ไม่ค่อยใช้งาน "น้องถั่ว" สักเท่าไหร่ โดยในฤดูกาล 2013-14 เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแต่ 6 นัดแค่นั้น (ลงเป็นสำรอง 18 นัด) สถิติการถล่มตาข่ายจึงลดลงอย่างฮวบฮาบ เหลือแค่ 4 ประตูแค่นั้น เฉพาะในพรีเมียร์ลีก
เมื่อเปลี่ยนแม่งานอีกรอบเป็น หลุยส์ ฟาน กัล – แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้ากองหน้าคนใหม่ที่ชาติสกุลสูงกว่าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมทีม คุณลุงอ้วนเอ็งจึงตัดสินใจปลดปล่อย "ถั่วน้อย" ผู้น่ารักของแฟนคลับให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดูกาล 2014-15
ชิชาริโต้ ลงเล่นให้ "ราชันชุดขาว" ทั้งสิ้น 33 นัด ยิงได้ 9 ประตู (ทุกรายการ) ถ้าหากคิดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง การยิงได้ 9 ประตูก็ถือว่าไม่น่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไหร่
แมนฯ ยูไนเต็ด จึงดึงกองหน้าสายพันธุ์จังเก๋ผู้นี้กลับมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกรอบในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองทั้งสิ้น 3 นัด จนถึง…ฟางเส้นในที่สุด เมื่อตะบันบ่ายแก่ๆลงมา ถุย! จนถึงในเกมเพลย์ออฟ รอบเลือกเฟ้น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พรรคพวกอสุรกายแดงออกไปเยี่ยม คลับ บรู๊ซ
"ชิชา" ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง หลังจากทีมตนเองนำห่าง 4-0 ก่อนจะได้จุดลูกโทษ แต่คุณพี่เขาดันฆ่าพลาดง่ายๆซะอย่างนั้น!
ภาพที่ หลุยส์ ฟาน กัล ทำหน้าเสมือนถูกดึงขนก้นพร้อมกัน 8 เส้นพลางหันไปสบตากับผู้ช่วยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ บนม้านั่งสำรอง ประดุจเชื่อว่าสายตาที่ ชิชาริโต้ ยิงจุดลูกโทษไม่เข้าถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกในระบบโซเชี่ยล
แล้วต่อไปคุณลุงอ้วนเหน็บแดกส์แกก็ตัดสินใจปลดปล่อยกองหน้าทีมชาติประเทศเม็กซิโกผู้นี้ให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปในราคาแค่ 7.3 ล้านปอนด์
"เด็กผี" ส่วนใหญ่อาจเสียดาย แต่ขูดความจำได้ว่าไม่ถึงกับอาลัยหรือห่วงใยอะไรมาก เนื่องจากว่าระยะหลังๆฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงน้อยรวมทั้งยิงน้อย แถมยังถูกปลดปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปหนึ่งฤดูกาล

บนเวทีบุนเดสลีกาเสมือนกลับชาติมาเกิดใหม่ เมื่อฤดูกาลแรกกับ เลเวอร์คูสังเวย "น้องถั่ว" ยิงได้ถึง 20 ประตู จากการลงเล่น 46 นัดในทุกรายการเริ่มมีเสียงพร่ำบ่นโชคร้ายให้ได้ยินส่วนฤดูกาลนี้ ชิชาริโต้ ลงเล่นไปแล้ว 32 นัด โดยยิงไป 12 ประตูในทุกรายการรวมลงเล่นให้ เลเวอร์คูสังเวย ไปแล้วทั้งสิ้น 72 นัด ยิง 38 ประตู ซึ่งนับว่าเป็นค่าเฉลี่ยในการทำคะแนนที่สูงพอสมควร เป็นยิงได้ 1 ประตูในทุกๆ2 นัดเทียบกับตอนอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 157 นัด ยิงได้ 59 ประตู คุณจะพบว่าสถิติรวมทั้งค่าเฉลี่ยนในการถล่มตาข่ายสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อมองเห็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของ ชิชาริโต้ บนเวทีบุนเดสลีกา-เยอรมัน บรรดาผู้อุทิศวิญญาณให้อสุรกายแดงก็ออกอาการอาลัย & ห่วงใย ขึ้นมาในทันที ทำนองว่าโชคร้ายพลางชื่นชมกุนซืออสุรกายแดงคนเก่าว่า "มึงขายออกไปได้ยังไงนะครับ…ไอ้หอก!" ด้วยเหตุผลดังกล่าวไม่จำเป็นจะต้องถามบรรดาแฟนผีว่าอยากได้ดาวเตะผู้นี้กลับมาหรือไม่? คำตอบส่วนใหญ่อาจแบบเดียวกันนั่นแหละคือ "เอานะ" (สำหรับค่าตัวก็อาจไม่แพงน่าสะอิดสะเอียน แต่อาจสูงกว่าที่ขายออกไปแน่นอน) สมมุติว่าย้ายกลับมาจริงๆถามว่า ชิชาริโต้ จะแก้ตอบโจทย์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้หรือไม่?…ว่าแล้วมาทำความเข้าใจกันก่อนครับ
"ชิชา" จัดเป็นผู้เล่นที่ทักษะความสามารถเฉพาะตัวค่อนข้างจะต่ำ เขาไม่ค่อยมีคุณลักษณะในการดึงบอลหนีคู่แข่งขันหรือเลี้ยงรับประทานตัวคู่แข่งขัน – จับบอลก็โดกเดก จ่ายบอลก็ไม่ค่อยถูกต้องแม่นยำสักเท่าไหร
คุณลักษณะเด่นหรือจุดขายเพียงแต่จุดเดียวเป็นการทำคะแนนในกรอบจุดโทษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวิญญาณเพชฌฆาตเท่ากับสัญชาติญาณนักฆ่า โดยเป็นกองหน้าที่จัดอยู่ในชนิด "สุนัขจิ้งจอกในกรอบจุดโทษ"เอาง่ายๆว่าเกิดมาเพื่อกระแทกประตูเพียงอย่างเดียวปัญหาก็คือถ้าหากฟอร์มตกเมื่อไร หรือเพื่อนพ้องร่วมทีมไม่อาจจะเปิดป้อนบอลเข้าไปให้ทำคะแนนได้มากเพียงพอ เขาก็จะเปลี่ยนร่างเป็นไม้ตีพริกที่หมดประโยชน์ในทันที โดย 12 นัดปัจจุบันที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด – ชิชาริโต้ ยิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้นเองโน่นอาจเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะอะไร หลุยส์ ฟาน กัล ถึงไม่คิดจะใช้บริการของ "น้องถั่ว" เฉพาะอย่างยิ่งในบอลสมัยใหม่ที่กองหน้าควรมีส่วนร่วมกับเกม รวมทั้งจะต้องทำอะไรให้ได้มากกว่าการ "รอยิง" เพียงอย่างเดียว
ต่อเมื่อตกเป็นข่าว บรรดาสื่อในอังกฤษอุตสาหะนำเสนอแต่สถิติที่สวยหรู เช่นการยิงได้หลายประตู โดยแกล้งไม่พูดว่าในฤดูกาลนี้มีอยู่ตอนหนึ่งที่พี่เอ็งยิงไม่ได้ติดต่อกันถึง 16 นัดเลยทีเดียว
ที่สำคัญเป็นสมรภไม่ลำแข้งพรีเมียร์ลีกมีความเล่นยากกว่า             บุนเดสลีกา การยิงกระจายในลีกสูงสุดของเยอรมันจึงอาจไม่ได้แสดงว่าจะยิงกระจายในลีกสูงสุดของอังกฤษ
ปัจจุบันนี้อายุของ "น้องถั่ว" พึ่งจะ 28 ขวบเท่านั้นเองนะครับ เรียกว่าอยู่ในตอนพีคของอาชีพล่าตาข่าย สมมุติว่าเอากลับมาจริงๆมันก็อาจไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร ขายไป 7.3 ล้าน ถ้าเกิดขอซื้อกลับมาสัก 15 ล้าน เข้าใจว่า "นายห้างขายยา" ก็อาจไม่กล้ายักไหล่ใส่
ชิชาริโต้ อาจไม่เหมาะกับวิธีการเล่นบอลแบบเน้นการมีไว้ในครอบครองของ หลุยส์ ฟาน กัล สักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าต่อหนึ่งเกมอาจมีจังหวะจบในกรอบจุดโทษน้อยไปหน่อย แต่น่าจะเหมาะกับแนวทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำให้อสุรกายแดงเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งขันอย่างรวดเร็วรวมทั้งน้อยจังหวะมากกว่าบนความสนุกสนานมากขึ้นเรื่อยๆ